เรื่องเล่าด่านรันตู ประจำวันที่ 24 มีนาคม 2564

เรื่องเล่าด่านรันตู ประจำวันที่ 24 มีนาคม 2564

29 มี.ค. 2564

67 view

เช้านี้ มีผู้ลงทะเบียนกลับไทยวันที่ ๒๔ มี.ค. ๖๔ จำนวน ๑๕ คน
วันที่ ๒๓ มี.ค. มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ๑,๓๘๔ คน โดยอยู่ในรัฐกลันตัน ๖๕ คน รัฐตรังกานู ๗ คน มีผู้ติดเชื้อสะสม ๓๓๕,๕๔๐คน และผู้เสียชีวิตสะสม ๑,๒๔๔ คน (เพิ่มขึ้น ๖ คน) (สถิติข้อมูลการระบาดโควิด รูป ๑)
เรื่องเล่าด่านรันตูวันนี้ เสนอเรื่อง “เครื่องสำอางไทยผิด กม. ทะลักรัฐกลันตัน” ตามรายงานของ นสพ. New Sunday Times ฉบับวันที่ ๒๑ มี.ค. ๒๐๒๑ เรื่องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากประเทศไทยถูกยึดโดย จนท. กองกำลังปฏิบัติการทั่วไปตามแนวชายแดนกลันตัน - ไทย (General Operations Force : GOF) เมื่อเร็วๆ นี้ (เครื่องสำอางจากไทย รูป ๒)
ความต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางราคาถูกที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้รัฐกลันตันกลายเป็นแหล่งนำเข้าผลิตภัณฑ์ความงามจากประเทศไทย ที่ไม่ได้จดทะเบียนและไม่ได้รับแจ้ง ซึ่งอาจมีส่วนผสมที่เป็นอันตราย
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะวางตลาดในรูปแบบแบรนด์ "ผลิตในประเทศไทย" หรือบรรจุใหม่โดยผู้ประกอบการเครื่องสำอางท้องถิ่น ภายใต้แบรนด์ของตนเอง หลังจากซื้อเป็นจำนวนมากข้ามพรมแดนเข้า มซ. และมีจำหน่ายในตลาดและห้างสรรพสินค้าของทุกเมืองและหมู่บ้านในรัฐ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นตัดสินได้จากจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ยึดได้เพิ่มขึ้นในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความกังวลให้กับหน่วยงาน สธ. ของรัฐ
สธ. รัฐกลันตัน กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบนำเข้ามาใน ปท. มีสารพิษที่กำหนด (scheduled) ในระดับสูงและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย
Dr. Zaini Hussin ผอ. สธ. รัฐกลันตัน กล่าวว่า กรม สธ. กำลังจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดจำหน่าย การบรรจุภัณฑ์และการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนและยังไม่ผ่านการทดสอบ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ปลอม และผลิตภัณฑ์ที่มีสารเจือปน ในรัฐกลันตัน
“มีผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับแจ้งจำนวนมากทะลักเข้ามาใน ปท. โดยนำเข้าล็อตใหญ่ นน. หลาย กก. จากนั้นบรรจุใหม่เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางท้องถิ่นในตลาดกลันตัน ซึ่งทางกรม สธ. โดยกองบังคับควบคุมร้านขายยาของรัฐกำลังพยายามควบคุมการขายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้จดทะเบียนและไม่ได้รับการแจ้งเหล่านี้ ในปี ๒๐๑๙ มีการบุกค้นสถานที่ ๗๐ แห่งและทำการยึดสินค้า ๗๒ ประเภท คิดเป็นมูลค่าเกือบ ๑๕๐,๐๐๐ ริงกิต โดยสินค้าทั้งหมดนี้มาจากไทย”
ดร. Zaini กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่ยึดได้เมื่อปีที่แล้วมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ๑๔๘ ประเภท มูลค่าประมาณ ๓๖๐,๐๐๐ ริงกิต ถูกนำออกจากตลาด ในผลิตภัณฑ์ ๑๔๘ ประเภท มี ๕๓ รายการมาจากประเทศไทยและ ๓ รายการในนั้นมีสารพิษที่กำหนด (สธ.กลันตัน รูป ๓)
“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสารพิษที่กำหนด ประกอบด้วยปรอท ไฮโดรควิโนนและเทรทิโนอิน (mercury, hydroquinone and tretinoin) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้คน”
Dr. Zaini ได้แสดงใบรับรองหรือใบแจ้งเตือนฉบับจริงที่ออกโดย ก.สธ. ให้แก่ผู้ประกอบการเครื่องสำอางเมื่อเร็วๆ นี้ และกล่าวว่า “มีผู้ขายเครื่องสำอางในรัฐหลายรายที่พยายามโกงลูกค้า โดยใช้หมายเลขใบแจ้งเตือนปลอม
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ยังพบว่า มีการผสมสารต้องห้ามและโลหะหนัก เพื่อให้ได้ผลรวดเร็วและดีที่สุด”
เพื่อหยุดการขายเครื่องสำอางเหล่านี้ในรัฐ กองดังกล่าวจะร่วมมือกับกองกำลังปฏิบัติการทั่วไป (GOF) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานบังคับควบคุมในการดูแลชายแดนกลันตัน-ไทย
“จากรายงานของเราแสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่กองพัน GOF ยึดได้ ถูกลักลอบนำเข้าจากไทยและผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่มีสารพิษที่กำหนด”
เขาเรียกร้องให้ผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในรัฐ เพิ่มความระมัดระวัง เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสารปรอท ไฮโดรควิโนน และเตรติโนอิน
ไฮโดรควิโนน โดยปกติแล้วจะใช้เพื่อ "ทำให้สีผิวจางลง" รวมทั้งลดจุดด่างดำและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีไฮโดรควิโนน จะส่งผลให้เกิดรอยแดงระคายเคือง และสีผิวเกิดรอยด่างได้ ส่วนผสมนี้ทำงานโดยการปิดกั้นกระบวนการสร้างเม็ดสี (pigmentation) และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนัง
เตรติโนอิน ที่มีการวางจำหน่ายในตลาด เป็นส่วนผสมเพื่อกำจัดสิวและชะลอการเกิดริ้วรอย หากใช้ผิดวิธี อาจทำให้ผิวหนังเกิดรอยแดง ระคายเคือง เจ็บ ผิวหนังลอก และอ่อนไวต่อแสงแดดอย่างมาก
สารปรอท ในอดีตเคยมีการใช้เพื่อลดสีผิวและเพื่อการต่อต้านริ้วรอย แต่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นส่วนผสมอันตรายที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและทำให้ไตวาย รวมถึงทำลายระบบประสาทด้วย นอกจากนี้ อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากการสัมผัสกับผู้ใหญ่ที่ทาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวบนผิวหนัง
การจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่ได้รับแจ้ง ถือเป็นความผิดภายใต้ กม. ควบคุมยาและเครื่องสำอาง ปี ๑๙๘๔ และมีโทษตาม พรบ. การจำหน่ายยา ปี ๑๙๕๒
บุคคลที่กระทำผิด อาจถูกปรับเป็นเงินสูงสุด ๒๕,๐๐๐ ริงกิตและถูกตัดสินจำคุก ๓ ปีสำหรับความผิดครั้งแรก และปรับสูงสุด ๕๐,๐๐๐ ริงกิตและจำคุก ๕ ปีสำหรับความผิดครั้งต่อไป
บ. ที่ถูกตัดสินว่าผิด จะถูกสั่งปรับสูงสุด ๕๐,๐๐๐ ริงกิตสำหรับความผิดครั้งแรก และ ๑๐๐,๐๐๐ ริงกิตสำหรับการกระทำความผิดครั้งต่อไป
เป็นที่ทราบกันว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีไฮโดรควิโนน เทรติโนอินและไดเฟนไฮดรามีน (hydroquinone, tretinoin & diphenhydramine) จัดเป็นผลิตภัณฑ์ยา ที่ต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานควบคุมยาของ มซ. และจะใช้ได้ตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หน่วยงาน สธ. มีอำนาจสั่งห้ามผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารพิษที่กำหนด
หน่วยงานกำกับดูแลเภสัชกรรมแห่งชาติของ สธ. ได้ออกโรงเตือนผู้คนหลายครั้งเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารปรอท ไฮโดรควิโนน เทรติโนอินและ/หรือเบตาเมทาโซน ๑๗-วาเลเรต (mercury, hydroquinone, tretinoin and/or betamethasone 17-valerate)
วันนี้เป็นรายงานสินค้าเครื่องสำอางของไทยที่ลักลอบเข้ามาจำหน่ายในรัฐกลันตัน โดยไม่แจ้งชำระภาษีหรือขออนุญาต อย. มซ. ทำให้ถูกมองว่า เป็นสินค้าอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลให้ภาพลักษณ์สินค้าไทยโดยรวมเสื่อมเสีย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยควรพิจารณาดำเนินการให้ผู้ประกอบไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าไป มซ. ต้องดำเนินขั้นตอนการส่งออกให้ถูกต้อง รวมถึงการขออนุญาต อย. มซ. เพื่อขยายตลาดสินค้าเครื่องสำอางของไทยใน ปท. เพื่อนบ้านอย่างแท้จริง

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ