เรื่องเล่าด่านรันตู ประจำวันที่ 26 มีนาคม 2564

เรื่องเล่าด่านรันตู ประจำวันที่ 26 มีนาคม 2564

29 มี.ค. 2564

27 view

เช้านี้ มีผู้ลงทะเบียนกลับไทยวันที่ ๒๖ มี.ค. ๖๔ จำนวน ๒๗ คน
วันที่ ๒๕ มี.ค. มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ๑,๓๖๐ คน โดยอยู่ในรัฐกลันตัน ๖๓ คน รัฐตรังกานู ๖ คน มีผู้ติดเชื้อสะสม ๓๓๘,๑๖๘ คน และผู้เสียชีวิตสะสม ๑,๒๔๘ คน (เพิ่มขึ้น ๒ คน) (สถิติข้อมูลการระบาดโควิด รูป ๑)
เรื่องเล่าด่านรันตูวันนี้ เสนอเรื่อง “ไทยเล็งมาตรการกระตุ้นรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลักดันกว่า ๑ ล้านคันในอีก ๕ ปีข้างหน้า” ตามรายงานของ นสพ. ผู้จัดการออนไลน์ ฉบับวันที่ ๒๕ มี.ค. ๖๔
เมื่อวันที่ ๒๔ มี.ค. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รอง นรม./รมว. พลังงาน เป็น ปธ. ในการประชุม คกก.นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. อก. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สนง. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า โดยลดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก (การประชุมบอร์ดอีวี รูป ๒)
รอง นรม. เปิดเผยว่า ในปัจจุบันทั่วโลกต่างตระหนักถึงปัญหาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดก๊าซเรือนกระจก จึงทำให้หลาย ปท. ไม่ว่าจะเป็น ญป. จีน สหรัฐฯ ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ และงดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ดังนั้น เพื่อให้ทิศทางการดำเนินนโยบายด้านพลังงานของไทยสอดคล้องกับกระแสของโลก จึงมีนโยบายลดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (รบ. เร่งเป้าผลิต EV เร็วขึ้น รูป ๓)
ที่ประชุมได้ร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน ปท. เนื่องจาก อก. ยานยนต์ที่ผ่านมาผลิตเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จึงได้วางเป้าหมายส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) โดยคาดการณ์ว่าในปี ๒๕๖๘ รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาเทียบเท่ากับรถยนต์สันดาป เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ในการดำเนินงานขับเคลื่อนส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก ได้มอบหมายให้ ก. อุตสาหกรรม ก. พลังงาน และ ก. คมนาคม ร่วมกันพิจารณาส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าประกอบด้วยรถยนต์ จักรยานยนต์และรถบัสสาธารณะ โดย ก. อุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของอุปทาน (ผู้ผลิต) โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องในยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เพื่อเร่งให้เกิดการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยโดยเร็ว
ทั้งนี้ เป้าหมายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารวมทุกประเภทในปี ๒๕๖๘ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑,๐๕๕,๐๐๐ คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ ๔๐๒,๐๐๐ คัน รถจักรยานยนต์ ๖๒๒,๐๐๐ คัน และรถบัส/รถบรรทุก ๓๑,๐๐๐ คัน และในปี ๒๕๗๘ ให้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม ๑๕,๕๘๐,๐๐๐ คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ ๖,๔๐๐,๐๐๐ คัน รถจักรยานยนต์ ๘,๗๕๐,๐๐๐ คัน และรถบัส/รถบรรทุก ๔๓๐,๐๐๐ คัน
และได้วางเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศในปี ๒๕๖๘ จะมีจำนวนรวมทั้งสิ้น ๑,๐๕๑,๐๐๐ คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ ๔๐๐,๐๐๐ คัน รถจักรยานยนต์ ๖๒๐,๐๐๐ คัน และรถบัส/รถบรรทุก ๓๑,๐๐๐ คัน และในปี ๒๕๗๘ ให้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม ๑๘,๔๑๓,๐๐๐ คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ ๘,๖๒๕,๐๐๐ คัน รถจักรยานยนต์ ๙,๓๓๐,๐๐๐ คัน และรถบัส/รถบรรทุก ๔๕๘,๐๐๐ คัน (เป้าหมายการผลิต EV รูป ๔)
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้วางนโยบายการขับเคลื่อน อก. ยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยมาตรการระยะเร่งด่วนและมาตรการระยะ ๑-๕ ปี ดังนี้
มาตรการกระตุ้นการใช้รถ EV ระยะเร่งด่วน จะมุ่งส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งประเภทสองล้อ สามล้อ และสี่ล้อไฟฟ้า โดยวางแผนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานแบตเตอรี่ และการบริหารจัดการซากแบตเตอรี่ที่เกิดจากการใช้งานภายในประเทศอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
มาตรการกระตุ้นระยะ ๑-๕ ปี ดำเนินการส่งเสริมการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต การเตรียมการด้านบริหารจัดการซากรถยนต์ แบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ตามมาตรฐานสากล (EcoSystem) เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้ คกก. นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติขึ้น ได้แก่ ๑. คณะอนุกรรมการส่งเสริม อก. การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ๒. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและแบตเตอรี่เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า ๓. คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซเรือนกระจกจากการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ๔. คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้ดำเนินนโยบายไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งเกิดการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ให้เป็นรูปธรรมและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นความร่วมมือกันในการเดินหน้านโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และนำพา ปท. ก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก (ไลน์ผลิตรถ EV รูป ๕)
รอง นรม. ยังได้กล่าวอีกว่า คกก. ชุดนี้มีความสำคัญต่อ ปท. และ อก. ของ ปท. เป็นอย่างมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดนโยบายชัดเจนที่จะทำให้บ้านเมืองเราสวยงามและทันสมัย
วันนี้เป็นรายงานการประชุม คกก. นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ในการออกมาตรการกระตุ้นรถยนต์ไฟฟ้าของไทย เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งสอดคล้องกับกระแสโลก โดยตั้งเป้ากว่า ๑ ล้านคัน ในอีก ๕ ปีข้างหน้า

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ